การซื้อกล่องหรือชั้นเพิ่มอาจทำให้ของถูกซ่อน แต่ยังหาและเก็บกลับยากอยู่ ลองเริ่มจากสังเกตว่าของกองตรงไหนและถูกใช้เมื่อไร แล้วจัดพื้นที่เก็บตามการเคลื่อนไหวในห้องก่อนเลือกอุปกรณ์ใหม่
จัดของเป็นสามระดับการหยิบ
ของที่ใช้ทุกวันควรอยู่ในจุดที่หยิบและคืนได้สะดวก ของใช้เป็นบางครั้งอาจอยู่ในตู้หรือช่องลึกกว่า ส่วนของตามฤดูกาลค่อยใช้พื้นที่ที่เข้าถึงน้อยกว่า แยกตามการใช้งานของคุณจริง ๆ เพราะของชิ้นเดียวกันอาจมีความสำคัญต่างกันในแต่ละบ้าน
ให้จุดเก็บอยู่ใกล้กิจกรรม
- ทางเข้า: กุญแจ กระเป๋า และของที่ต้องพกออกจากบ้าน
- มุมทำงาน: อุปกรณ์ชิ้นเล็กและสายที่ใช้กับโต๊ะนั้น
- ตู้เสื้อผ้า: แยกของที่พร้อมใช้กับของรอซ่อมหรือส่งต่อ
- ครัว: รวมของตามขั้นตอนเตรียม ทำ และเก็บอาหาร
ถ้าต้องเดินข้ามห้องทุกครั้งเพื่อเก็บของชิ้นเล็ก ลองย้ายจุดเก็บก่อนเพิ่มจำนวนกล่อง ระบบที่ดีควรทำให้เก็บกลับได้สะดวกพอ ๆ กับหยิบออกมา
วัดทั้งช่องและวิธีเอาของออก
ก่อนซื้อกล่อง วัดขนาดช่องรวมราง มือจับ และระยะเปิดบานตู้ กล่องที่พอดีช่องแต่ยกออกไม่ได้จะทำให้ใช้งานลำบาก หากใช้ใต้เตียงให้ลองระยะดึงกล่องออกและพื้นที่ที่ต้องเคลียร์ อ่าน วิธีวัดพื้นที่ใช้งาน ประกอบได้
ใช้พื้นที่แนวตั้งโดยดูข้อกำหนดของอุปกรณ์
เลือกชั้นที่เหมาะกับน้ำหนักและวิธีติดตั้งตามผู้ผลิต จัดของหนักไว้ในตำแหน่งที่เหมาะสมและเข้าถึงได้ หากต้องยึดกับผนังให้ขออนุญาตและใช้ผู้ติดตั้งที่เหมาะสม ไม่วางชั้นสูงที่ต้องยึดให้มั่นคงโดยละเลยขั้นตอนนั้นเพียงเพราะเป็นห้องเช่า
ทดลองหนึ่งโซนก่อนจัดทั้งห้อง
เริ่มจากจุดที่รกบ่อยที่สุด จัดเฉพาะของที่ใช้อยู่และติดชื่อหมวดให้เข้าใจร่วมกัน หลังใช้สักระยะดูว่ามีของค้างนอกที่เก็บเพราะอะไร อาจเป็นช่องเล็กเกินไป หมวดไม่ชัด หรือมีจำนวนเกินความจำเป็น แล้วค่อยปรับก่อนขยายไปพื้นที่อื่น
ก่อนซื้อของเก็บเพิ่ม ถามสามข้อ: จะเก็บอะไรแน่ ๆ / มีจำนวนเท่าไร / หยิบและคืนจากตำแหน่งนี้ได้อย่างไร
หากกำลังย้ายบ้าน ให้ คัดของก่อนแพ็ก และค่อยซื้ออุปกรณ์เก็บหลังเห็นช่องจริงของห้องใหม่ จะได้ไม่ต้องขนกล่องที่ใช้ต่อไม่ได้ไปด้วย

