ห้องเล็กก็ทำงานสบาย: จัดมุม Work from Home ให้ใช้ได้ทุกวัน

เริ่มจากทดลองตำแหน่งโต๊ะ ดูแสง เสียง และพื้นที่ใช้งาน ก่อนซื้อเฟอร์นิเจอร์ พร้อมเช็กลิสต์จัดมุมทำงานที่ไม่แย่งพื้นที่พักผ่อน

ห้องเล็กก็ทำงานสบาย: จัดมุม Work from Home ให้ใช้ได้ทุกวัน

มุมทำงานที่ใช้ได้ทุกวันไม่จำเป็นต้องเริ่มจากโต๊ะใหญ่หรือห้องแยก ลองเริ่มจากพื้นที่ที่มีอยู่ แล้วดูว่าคุณนั่งทำงาน เปิดลิ้นชัก เดินผ่าน และเก็บอุปกรณ์หลังเลิกงานได้สะดวกเพียงใด เป้าหมายคือมีพื้นที่ที่รองรับงาน โดยยังเหลือห้องสำหรับการพักผ่อน

เริ่มแบบไม่ต้องซื้อของ: เลือก 2 ตำแหน่งที่เป็นไปได้ ใช้โต๊ะหรือเก้าอี้ที่มีทดลองนั่งในช่วงเวลาทำงานจริง จดเรื่องแสง เสียง การเชื่อมต่อ และสิ่งที่ต้องลุกหลบก่อนเลือกตำแหน่งถาวร

1. เลือกจากลักษณะงานที่ทำบ่อยที่สุด

เขียนรายการอุปกรณ์ที่ต้องใช้พร้อมกัน เช่น โน้ตบุ๊ก จอ คีย์บอร์ด สมุด หรือเอกสาร หากประชุมออนไลน์บ่อยให้ลองเปิดกล้องดูฉากหลังและตำแหน่งแสงด้วย ถ้าทำงานร่วมกับอีกคนในห้องเดียวกัน ควรทดลองว่ารบกวนกันตอนประชุมหรือไม่

วางของที่ต้องใช้งานจริงลงบนพื้นผิวก่อนเลือกขนาดโต๊ะ เว้นที่ให้ขยับเมาส์ เปิดสมุด และวางแขนได้สะดวก แยกของที่ใช้ทุกวันออกจากของที่ใช้เป็นครั้งคราว เพื่อไม่ให้โต๊ะใหญ่ขึ้นเพียงเพราะใช้เป็นที่เก็บของทุกอย่าง

2. ดูแสงบนจอในเวลาที่ทำงานจริง

ลองนั่งในแต่ละตำแหน่งแล้วมองจอขณะเปิดและปิดม่าน สังเกตว่ามีเงาสะท้อนจากหน้าต่างหรือโคมไฟตรงจุดที่อ่านงานหรือไม่ อย่าเลือกตำแหน่งจากรูปห้องสวยตอนเช้าอย่างเดียว หากคุณทำงานช่วงบ่ายเป็นหลักก็ควรทดลองในช่วงนั้น

แนวทางของ OSHA เสนอให้จัดจอทำมุมตั้งฉากกับหน้าต่างหรือแหล่งแสง และปรับม่านหรือไฟเพื่อลดแสงสะท้อน อ่านรายละเอียดได้ใน Computer Workstations: Workstation Environment ใช้เป็นจุดเริ่มต้น แล้วปรับตามหน้าต่างและแสงในห้องของคุณ

3. วัดพื้นที่ใช้งานรวมเก้าอี้และทางเดิน

วัดทั้งพื้นที่วางโต๊ะ ระยะถอยเก้าอี้ และการเปิดตู้ข้าง ๆ ลองเลื่อนเก้าอี้ออกเหมือนตอนลุกจากโต๊ะ แล้วตรวจว่ายังเดินผ่านไปประตู ระเบียง หรือห้องน้ำได้สะดวกหรือไม่ ใช้กระดาษหรือเทปที่ไม่ทำลายพื้นทำแนวจำลองก่อนซื้อเฟอร์นิเจอร์ได้

ใต้โต๊ะควรเหลือพื้นที่สำหรับขาและการขยับตัว ไม่ใช้กล่องหรืออุปกรณ์กองจนจำกัดท่านั่ง แนวทางเรื่องพื้นที่ใต้โต๊ะและการจัดวางอุปกรณ์มีอธิบายไว้ใน คำแนะนำด้านโต๊ะทำงานของ OSHA เมื่อทดลองจริงให้ปรับเก้าอี้และอุปกรณ์ตามสรีระและงานที่ทำ แทนการยึดขนาดจากห้องตัวอย่างเพียงอย่างเดียว

4. ทดสอบอินเทอร์เน็ตและวางสายให้เรียบร้อย

ทดลองวิดีโอคอลหรือส่งไฟล์จากตำแหน่งที่จะใช้ โดยเฉพาะถ้าอยู่ห่างเราเตอร์หรือมีผนังกั้น หากสัญญาณไม่สม่ำเสมอ ให้ตรวจทางเลือกในการย้ายเราเตอร์หรือเดินสายที่ทำได้จริงกับผู้ให้บริการและผู้ดูแลอาคารก่อนซื้ออุปกรณ์เพิ่ม

จัดสายชาร์จและสายสัญญาณให้อยู่ชิดขอบโต๊ะ ไม่พาดในจุดที่เก้าอี้เลื่อนทับหรือคนเดินผ่าน เลือกใช้ช่องเก็บสายหรืออุปกรณ์รวบสายที่ถอดย้ายได้ สำหรับห้องเช่า ควรถามเงื่อนไขก่อนเจาะผนัง ติดชั้น หรือปรับงานไฟฟ้า

5. ให้ทุกชิ้นมีที่เก็บหลังเลิกงาน

ในห้องที่ใช้โต๊ะเดียวทั้งทำงานและกินข้าว ลองเตรียมกล่องหรือลิ้นชักหนึ่งช่องสำหรับอุปกรณ์ทำงานโดยเฉพาะ เมื่อเลิกงานสามารถย้ายคีย์บอร์ด สมุด และสายชาร์จไปเก็บได้ในรอบเดียว พื้นผิวเดิมก็พร้อมใช้งานอย่างอื่น

หากใช้โต๊ะถาวร ให้เก็บของที่ไม่จำเป็นออกจากสายตาและจัดเอกสารตั้งขึ้นในช่องเก็บที่หยิบสะดวก การแบ่งพื้นที่ด้วยตำแหน่งเฟอร์นิเจอร์หรือของใช้ที่มีอยู่ อาจเพียงพอโดยไม่ต้องเพิ่มฉากกั้นที่กินทางเดิน

6. ทดลองหนึ่งสัปดาห์ แล้วค่อยซื้อสิ่งที่ยังขาด

จดปัญหาที่เกิดซ้ำ เช่น แสงสะท้อนช่วงบ่าย เก้าอี้ชนตู้ หยิบของไม่ถึง หรือเสียงประชุมรบกวนอีกคน ลองแก้ด้วยการย้ายตำแหน่งและจัดของก่อน แล้วค่อยพิจารณาอุปกรณ์ที่แก้ปัญหานั้นโดยตรง จะช่วยให้รายการซื้อมีเหตุผลจากการใช้งานจริง

อย่าลืมเผื่อพื้นที่ให้ลุก เปลี่ยนอิริยาบถ และออกจากมุมงานได้สะดวก การจัดห้องที่ดีควรทำให้คุณใช้ชีวิตส่วนอื่นต่อได้ง่ายหลังปิดคอมพิวเตอร์ด้วย

เช็กลิสต์ก่อนตัดสินใจซื้อโต๊ะ

  • วางอุปกรณ์ที่ใช้พร้อมกันได้ครบ โดยยังมีพื้นที่ขยับเมาส์และเปิดสมุด
  • ทดลองแสงในช่วงเวลาที่ทำงาน และปรับม่านหรือไฟได้
  • ขยับขา ถอยเก้าอี้ และเปิดตู้ข้าง ๆ ได้สะดวก
  • ใช้อินเทอร์เน็ตจากตำแหน่งนี้ได้ตามลักษณะงาน
  • จัดสายและเก็บอุปกรณ์หลังเลิกงานได้จริง
  • เหลือทางเดินและพื้นที่พักผ่อนที่คุณใช้ประจำ

กำลังหาห้องที่รองรับการทำงานที่บ้าน? ดูประกาศบ้านและคอนโด แล้วใช้เช็กลิสต์นี้ประกอบการดูผังห้องและนัดชม อย่าลืม ตรวจแสง เสียง และพื้นที่จริงในวันดูห้อง ก่อนเลือกเฟอร์นิเจอร์

เกี่ยวกับบทความนี้

เผยแพร่เมื่อ
อัปเดตล่าสุด
ภาษาของเนื้อหา
ไทย
เผยแพร่โดย
Tongjai Property
กลับไปดูบทความทั้งหมด